ข้อควรรู้ระหว่างเดินทาง:

 

-         กระเป๋าเดินทาง:

o       ใบใหญ่ให้โหลดขึ้นเครื่อง ส่วนใบเล็ก สามารถลากขึ้นเครื่องแล้วเก็บบนเคบิน (ชั้นวางของเหนือหัว) เหนือที่นั่งบนเครื่องได้

o       น้ำหนักกระเป๋าแต่ละคน ไม่เกิน 15 กิโลกรัม สามารถรวมน้ำหนักกับผู้โดยสารคนอื่นได้ถ้าเช็กอินพร้อมกัน

o       กระเป๋าทุกใบลากขึ้นเรือเฟอร์รีได้เลย ไม่ต้องโหลดเข้าใต้ท้องเรือ เสียเวลา ขึ้นเรือไปจะมีที่วางสัมภาระให้อยู่แล้ว ตรงบริเวณช่องเก็บของส่วนกลาง

o       กระเป๋าทุกใบที่จะถือขึ้นเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นใบเล็กใบใหญ่ ห้ามมีของเหลวทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นน้ำเปล่า น้ำหอม ฯลฯ ถ้ามีต้องไม่เกิน 100 มม. แต่อย่ามีดีกว่า

-         แลกเงิน:

o       เงินควรจะแลกไปเลยจากเมืองไทย ที่สนามบินก็ได้ ให้แลกเป็นเงินฮ่องกงทั้งหมด

o       เงินในมาเก๊า สามารถใช้เงินฮ่องกงจ่ายแทนได้ทันที จะได้ไม่ต้องวุ่นวาย แต่เงินมาเก๊า เอาไปใช้ฮ่องกงไม่ได้ ฉะนั้นถ้าได้เงินทอนมาเป็นเงินมาเก๊า ให้ใช้ให้หมดที่มาเก๊าเลย

o       อย่าแลกเงินที่ฮ่องกงหรือมาเก๊าเด็ดขาด หากไม่จำเป็น เพราะอัตราแลกเปลี่ยนที่โน่นแย่มากๆ และการแลกเงินที่ฮ่องกงจะหาที่แลกยาก (แต่ใกล้ๆ โรงแรม YMCA International มีที่ให้แลก เป็นของเอกชน

o       ระวังธนบัตรฮ่องกงใบละ $1000 ที่พิมพ์ในปี 2000 เพราะรุ่นนี้ปลอมเยอะ หลายร้านค้าไม่ยอมรับ

o       สกุลเงินที่ฮ่องกงเขียนเป็น HKD (ฮ่องกงดอลลาร์) ที่มาเก๊าเขียนเป็น MOP (พาทากา)

-         แอร์เอเชีย:

o       แอร์เอเชียไม่ระบุที่นั่งให้ ฉะนั้นตอนรอที่เกต ให้ไปรอแต่เนิ่นๆ และตอนขึ้นรถบัสเพื่อไปยังเครื่องบิน ให้ยืนแถวบันได จะได้ลงรถก่อนเป็นคนแรกๆ และสามารถเลือกที่นั่งบนเครื่องบินได้สะดวกกว่า

o       ขึ้นเครื่องบินแล้วอย่าลืมขอใบ ตม. ของมาเก๊า และกรอกแบบฟอร์มให้เรียบร้อย ทั้งขาเข้าและขาออก กรอกไปเลย จะได้ไม่เสียเวลา

-         เวลา:

o       เวลาที่ฮ่องกง เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง

o       เวลาในตารางทัวร์ได้ปรับให้เร็ว 1 ชั่วโมงแล้ว พอไปถึงฮ่องกง ก็ปรับนาฬิกาให้เร็วอีก 1 ชั่วโมง แล้วดูเวลาตามตารางได้เลย

-         บัตรปลาหมึก ออคโทพุส (Octopus):

o       การขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า MTR หรือซื้อของใน 7-11 สามารถใช้บัตรปลาหมึกจ่ายเงินได้หมด วิธีใช้ก็แค่แตะบัตรตรงเครื่อง

§         รถไฟฟ้า MTR: แตะผ่านประตู และแตะตอนออกประตู ณ ปลายทาง

§         รถเมล์: แตะข้างคนขับ

§         7-11: แตะครั้งเดียวตอนแคชเชียร์บอกราคา

o       ค่าบัตรซื้อครั้งแรก จ่ายเงิน $150 แบ่งเป็นค่ามัดจำ $50 + ใช้ได้ $100 จากนั้นก็เติมเงินได้ที่เคาเตอร์ทุกสถานี หรือจะเติมที่ตู้เติมเงินก็ได้ และเวลาคืนบัตร จะถูกหักไป $7 เป็นค่าธรรมเนียม

o       เริ่มใช้งาน ยอดเงินจะคิดจาก $100 และสามารถใช้ติดลบได้หนึ่งครั้ง สูงสุด $35 ฉะนั้นไม่ต้องกลัวว่าขึ้นรถไฟฟ้าแล้วเงินจะไม่พอ แต่พอเจอที่เติมเงินแล้วต้องรีบเติมทันที

-         รถไฟฟ้า MTR:

o       ใช้บัตรปลาหมึกสะดวกสุด

o       เปิดวิ่งจนถึงตีหนึ่ง แต่พอหลังห้าทุ่ม รถก็เริ่มน้อยแล้ว

o       ที่สถานีรถไฟฟ้า ให้ดูรถไฟฟ้าว่าเราจะเดินทางด้วย สายสีอะไร? วิ่งไปสุดที่ไหน? และปลายทางของเราอยู่ที่ไหน เพราะป้ายต่างๆ จะบอกสีและบอกสถานีสุดท้ายของแต่ละสาย แต่เราจะลงที่ไหนนั้นต้องดูให้ดีด้วย

o       บนรถไฟฟ้าจะมีเสียงแจ้งเตือนตลอดว่าถึงสถานีไหน แต่ถ้าฟังไม่ออก ให้ดูสัญลักษณ์ไฟกระพริบเอา จะมีป้ายไฟแจ้งเตือนที่เหนือประตูทางออก สังเกตได้ง่าย

-         แท็กซี่:

o       ที่มาเก๊า เริ่มต้นที่ $11 จากนั้นคิด $1 ต่อทุกๆ 180 เมตร

o       ที่ฮ่องกง เริ่มต้นที่ $15 จากนั้นคิด $1.4 ต่อทุกๆ 200 เมตร

o       มีค่าธรรมเนียมกระเป๋าด้วย $3-$5 ต่อใบ

o       มีค่าธรรมเนียมเดินทางจาก-ไปสนามบิน ประมาณ $5

-         ฮ่องกง:

o       ฮ่องกงจะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่ง ฝั่งที่เราลงเรือเฟอร์รี เรียกว่าฝั่งเกาะฮ่องกง ส่วนฝั่งที่เราพัก เรียกว่า ฝั่งเกาลูน (ติดจีนแผ่นดินใหญ่)

-         ร้านอาหาร:

o       ร้านอาหารในฮ่องกง มักจะตั้งอยู่ติดๆ กัน ไม่กระจัดกระจาย ถ้าเจอแล้วควรรีบกิน เพราะอาจจะหาไม่เจออีกเลย

o       เข้าไปพูดไม่เป็นไม่เป็นไร เพราะทุกร้านจะมีเมนูภาษาอังกฤษ กินเสร็จโดยมากต้องลุกไปเช็คบิลเอง

-         รถเมล์:

o       รถเมล์ที่นี่ จะจอดเฉพาะป้ายของตัวเองเท่านั้น ป้ายอาจอยู่ติดๆ กัน แต่ละป้ายจะเฉพาะสำหรับรถเมล์แต่ละสาย ไม่ใช้ป้ายรถเมล์ร่วมกันเหมือนกับของไทย

 

~~~ BLITblog.com @ BuSinESs @ LiFeSTyLe @ iT — THRU MY EYES ~~~

 

จัดเตรียมสัมภาระก่อนออกเดินทาง

 

_______

_______

_______

 

_______

_______

_______

_______

_______

_______

_______

_______

_______

_______

_______

 

กล้องถ่ายรูป

น้ำเปล่า โหลดใส่กระเป๋าใหญ่ ถ้าน้ำหนักเหลือ

กระเป๋าสัมภาระ สำหรับโหลดขึ้นเครื่อง น้ำหนักไม่เกิน 15 กก. (รวมน้ำหนักได้ 6 คนรวมแล้วไม่เกิน 90 กก.)

เครื่องปรุงอาหาร น้ำส้มสายชู พริกป่น (โหลดใส่กระเป๋าขึ้นเครื่อง)

มาม่า บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

เงินฮ่องกง

Hong Kong Sim Card

ปลั๊กไฟ

ที่ชาร์จแบตโทรศัพท์มือถือ

หนังสือเดินทาง + ตั๋วเครื่องบิน + ตั๋วโรงแรม (สำเนาหนังสือเดินทางสำหรับเก็บไว้ในกระเป๋าเดินทาง)

ยาสามัญทั่วไป (โหลดใส่กระเป๋าขึ้นเครื่อง ควรเลือกยาที่มีคำอธิบายเป็นภาษาอังกฤษ)

ร่มคันเล็กกันฝน

ตารางเงิน

 


ใบ Immigration ของมาเก๊าขาเข้า

 

Surname

นามสกุล

Given Name

ชื่อ

Sex

เพศ M = ชาย ; F = หญิง

Nationality

THAI

Date of Birth

วันเดือนปีเกิด

TYPE

PASSPORT

Travel Document

เลขพาสปอร์ต

Place & date of issue

BANGKOK , วันออกพาสปอร์ต

HOME ADDRESS

ที่อยู่เมืองไทย

Address in Macau

วันที่ x – Transit to HK, YMCA Internatioanl

วันที่ x – Metropark Hotel, Macau

FROM

Thailand

Flight No.

เที่ยวบิน

Signature

ลงลายมือชื่อ

 

 

 

ใบ Immigration ของฮ่องกงขาเข้า

 

Family Name

นามสกุล

Given Name

ชื่อ

Sex

เพศ M = ชาย ; F = หญิง

Travel Document

เลขพาสปอร์ต

Place & date of issue

BANGKOK , วันออกพาสปอร์ต

Nationality

THAI

Date of Birth

วันเดือนปีเกิด

Place of Birth

THAILAND

HOME ADDRESS

ที่อยู่เมืองไทย

Address in Hongkong

YMCA International House, Waterloo Rd.

FROM

Thailand

Flight No.

TurboJet

Signature

ลงลายมือชื่อ

 

 

 

  ~~~ BLITblog.com @ BuSinESs @ LiFeSTyLe @ iT — THRU MY EYES ~~~

 

 

วันแรก

07:00

ออกจากบ้าน ตรวจสัมภาระให้เรียบร้อย

08:00

ถึงสนามบินสุวรรณภูมิ เช็กอินที่แอร์เอเชีย FD3602

กรอกเอกสารให้เรียบร้อย ผ่านด่าน ตม. เข้าสู่ด้านใน

09:20

รอที่ประตูทางออก (Gate – เกต) ตรวจสอบได้จากหน้าจอว่า FD3602 ออกที่ประตูไหน

10:05

ออกเดินทางสู่มาเก๊า

ระหว่างอยู่บนเครื่องบิน ให้กรอกรายละเอียดในใบขาเข้า (Arrival) และใบขาออก (Departure) ให้ครบทั้งสองใบ เพราะไปถึงมาเก๊า เราจะเดินทางออกสู่ฮ่องกงเลย

13:50

เดินทางถึงมาเก๊า ตรวจหนังสือเดินทางที่ช่อง Visitor

ดูกระเป๋าว่ามาที่สายพานเส้นไหน แล้วเดินเข้าช่องเขียวเวลาออก (อย่าเข้าช่องแดง จะได้ไม่ต้องสำแดงของ)

14:30

ขึ้นรถแท็กซี่จากสนามบินสู่ท่าเรือเฟอรีเทอร์โบเจ็ต (New Macau Maritime Ferry Terminal)

 

(ค่าแท็กซี่ $10 + $5 ค่าธรรมเนียม + $3 กระเป๋าแต่ละใบ)

ที่มาเก๊าใช้เงินฮ่องกงได้เลย อัตราแลกเปลี่ยนเท่ากัน

พอถึงท่าเรือ ให้เดินตามป้าย TurboJet ไปเรื่อยๆ

เวลาซื้อบัตร ให้ซื้อเผื่อเวลาไว้ด้วย เช่น ไปถึง 14:45 ก็ควรซื้อตั๋วรอบที่เรือจะออกเวลา 15:15 เป็นต้น

 

ทั้งนี้เพราะพอซื้อตั๋วเสร็จ ต้องมีการผ่านด่าน ตม. ของมาเก๊า ขาออก เพื่อเดินทางสู่ฮ่องกง (ใช้ใบ Departure ของมาเก๊า) ซึ่งถ้าไปถึงประตูท่าเรือเร็วกว่า เราสามารถขึ้นเรือไปได้เลย ทั้งนี้ ยื่นตั๋วให้เจ้าหน้าที่ แล้วเจ้าหน้าที่จะบอกว่า เราจะต้องรอเรือตามเวลา หรือให้เราไปก่อนได้

 

บนเรือเฟอร์รี ที่นั่งจะถูกระบุเอาไว้ ตอนที่ไปยื่นตั๋วให้กับเจ้าหน้าที่ก่อนขึ้นเรือ ฉะนั้นพอถึงเวลาขึ้นเรือก็ไม่ต้องแย่งที่นั่งกัน

 

กระเป๋าสามารถลากขึ้นเรือได้เลย จะมีที่เก็บกระเป๋าอยู่เรียบร้อยในชั้น ถามเจ้าหน้าที่เอาได้ว่าเก็บไว้ที่ไหน ถ้าเจ้าหน้าที่บอกให้โหลดกระเป๋าเข้าใต้ท้องเรือ ให้ลองขอเค้าดู ส่วนใหญ่ไม่มีปัญหา (ถ้าโหลดกระเป๋าจะเสียเงิน $20 ต่อใบสำหรับน้ำหนัก 20 กิโลกรัม)

 

เรือจะออกทุก 15 นาที ฉะนั้นไม่ต้องรีบก็ได้ ค่าโดยสารต่อคน $142 (ชั้นประหยัด Economy)

 

TurboJet – เรือเฟอร์รี ใช้เวลาเดินทางจากมาเก๊าสู่ฮ่องกงประมาณ 55 นาที แบ่งเป็นชั้นที่นั่งแบบประหยัดและแบบพิเศษ บนเรือมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน และที่นั่งยังกว้างกว่าเครื่องบินของแอร์เอเชียด้วย

15:30

ออกจากท่าเรือเฟอร์รี TurboJet

ระหว่างอยู่บนเรือเฟอร์รี ให้ขอให้ ตม. ของฮ่องกงเตรียมกรอกเอาไว้เลย ทั้งขาเข้าและขาออกจะได้ไม่เสียเวลา

16:30

เดินทางถึงฮ่องกง ออกจากเรือเฟอร์รี เข้าด่าน ตม. ขาข้าวของฮ่องกง เราพักกันที่โรงแรม YMCA International

 

ออกมาจากท่าเรือ สามารถไปโรงแรมได้ 2 ทาง:

-         แท็กซี่

o       นั่งแท็กซี่เวลานี้ แพงมากๆ เพราะรถติด ค่ารถน่าจะเกินห้าร้อยบาท และใช้เวลานานเป็นชั่วโมง

-         MTR

o       ถ้าทนเบียดได้ นั่งรถไฟฟ้าจะเร็วมากๆ ใช้เวลาแค่ 10 นาทีก็ถึง ขึ้นจากสถานี Sheung Wan ที่ท่าเรือ (รถไฟเส้นสีน้ำเงิน มุ่งหน้าสู่ Chai Wan) โดยให้ไปลงที่สถานี Central (เซ็นทรัล) คือ นั่งแค่ 1 สถานี

o       จากนั้นเปลี่ยนไปสายสีแดง ดูรถไฟเส้นที่มุ่งหน้าไปยัง Tsuen Wan นั่งไปอีก 4 สถานี ลงที่ Yau Ma Tei (เยามาไต๋) ออกประตู D เดินข้ามถนนไปด้านขวา จะเห็น YMCA International House อยู่ตรงนั้นพอดี

 

17:15

เดินทางถึงโรงแรมและเช็กอินที่โรงแรม YMCA International House ที่ Waterloo Rd , Kawloon. ..

เก็บของเข้าห้องพัก

(ระวังอย่าสับสนกับ YMCA Salisbury อยู่คนละที่กัน)

17:45

ทานอาหารเย็น ไม่รู้กินที่ไหน เจอแถวไหนก็แวะได้เลยครับ

18:30

ออกเดินทางสู่ Tsim Sha Tsui (จิมซาจุ๋ย) โดยขึ้น MTR จาก Yau Ma Tei (รถไฟสายสีแดง มุ่งหน้าสู่ Central) และให้ลงที่ Tsim Sha Tsui ออกทางด้าน E

 

ออกมาจะเจอกับถนนหลักชื่อว่า ถ. Nathan (นาธาน) ให้เดินไล่ลงย้อนรถวิ่ง (นาธานจะเป็นถนนวันเวย์) จะเป็นการเดินสู่อ่าว มองห้างโซโก้เป็นหลักไว้ก็ได้ แถวนั้นจะมีห้าง Sogo, New World Centre เป็นต้น และตรงสุดปลายทางติดน้ำ จะมี Avenue of Star

 

Avenue of Starถนนที่คนดาราคนดังมาประทับฝ่ามือเอาไว้เหมือนที่ฮอลลิวู้ด ระยะทางยาวประมาณ 700 เมตร เป็นจุดถ่ายรูป และเป็นที่สำหรับการแสดงแสงสีได้อย่างเหมาะเจาะ

19:45

เตรียมชม Symphony of Lights (ซิมโฟนีออฟไลท์) การแสดงแสงและสี ที่บริเวณ Avenue of Star โดยการแสดงจะเริ่มเวลา 20:00 ใช้ระยะเวลาประมาณ 15 นาที

 

Symphony of Lightsการแสดงแสงสีบนตึกฝั่งเกาะฮ่องกง เรามองจากฝั่งเกาลูนที่ จิมซาจุ๋ย ข้ามน้ำไป ก็จะเห็นการแสดงสีของตึกต่างๆ ตามจังหวะเพลง โดยแบ่งการแสดงออกเป็น 5 ชุด ได้แก่ "Awakening", "Energy", "Heritage", "Partnership" และ "Celebration"

20:25

เดินทางออกจาก Tsim Sha Tsui สู่ถนนช็อปปิ้งยามค่ำคืนที่ฮอตที่สุด

ขึ้นรถไฟฟ้า MTR จากสถานี Tsim Sha Tsui Exit E ตรงหน้าโรงแรมเกาลูน ( Kowloon )

 

จากนั้นใช้รถไฟ MTR (สายสีแดง ที่มุ่งหน้าสู่ Tsuen Wan) เพื่อเดินทางไปลงที่ Mong Kok (หม่งกก) คือ นั่งไปอีก 3 สถานี แล้วให้เดินออกมาทาง D2 หรือ B2 ก็ได้

20:45

ถึงย่านช็อปปิ้งดังยามค่ำคืน ปิดดึกมาก เดินกันได้เรื่อยๆ

ตรงนี้จะมีถนนอยู่สามเส้น:

  • Sai Yeung Dhoi St South (เครื่องใช้ไฟฟ้า แฟชัน)
  • Tung Choi St (ขายเสื้อผ้าแฟชัน ของก๊อป)
  • Fa Yuen St (ขายรองเท้าและเครื่องกีฬา)

แต่มันจะปนๆ กันไป ก็เดินสลับไปมาได้เลย โดยถนนทั้งสามเส้น จะพาดขนานกัน เดินจากเส้นหนึ่งไปอีกเส้นหนึ่งได้สะดวก

 

ร้านเครื่องใช้ไฟฟ้าที่แวะได้ ก็เช่น Fortress ส่วนพวกเครื่องสำอางก็จะมี Sasa ที่ราคาถูกกว่าเมืองไทยมากๆ

22:30

เดินทางกลับสู่โรงแรม YMCA International House ด้วยการเดิน

ออกมา ถ. นาธาน (Nathan) ให้ได้ก่อน แล้วเดินย้อนสวนทางกับทางรถวิ่ง (นาธานจะเป็นถนนวันเวย์) เดินมาเรื่อยๆ ก็จะเจอแยกถนนวอเตอร์ลู ( Waterloo Rd. ) ใช้เวลาเดินกลับมาไม่เกิน 10 นาที

 

หรือถ้าจะขึ้นรถไฟ MTR ก็ขึ้นจาก Mong Kok (สายสีแดง มุ่งสู่ Central) โดยให้ลงที่ Yau Ma Tei เดินออกประตู D ระยะทาง 1 สถานี

 

 

~~~ BLITblog.com @ BuSinESs @ LiFeSTyLe @ iT — THRU MY EYES ~~~

 

วันที่สอง

07:30

ตื่นนอน เตรียมตัวเดินทาง

08:30

ขึ้น MTR จาก Yau Ma Tei หน้าโรงแรม (สายสีแดง มุ่งหน้าสู่ Central) โดยให้ลงที่สถานีแอดไมรัลตี้ (Admiralty) ระยะทาง 3 สถานี เดินออกทาง Exit B จะมีป้ายเขียนว่าไปขึ้นรถบัสที่ไปโอเชียนปาร์ค (Bus to Ocean Park )

 

ระหว่างทางหาข้าวกินได้เลย จะหาแถวโรงแรมก็ได้ หรือแถว Admiralty ก็ได้

09:15

ออกจากทาง Exit B ขึ้นรถซิตี้บัส 629 (Citybus 629) เพื่อไปลงที่ปลายทางโอเชียนปาร์คได้เลย รถคันนี้ไม่จอดป้ายอื่น ฉะนั้นไม่ต้องกลัวหลง

 

ตรงทางขึ้นรถบัส สามารถซื้อตั๋วได้เลย หรือจะไปซื้อตรงประตูทางเข้าก็ได้ ใช้บัตรเครดิตซื้อได้นะครับ

ü      ค่าตั๋วคนละ $208

 

10:00

ถึง Ocean Park :

 

โอเชียนพาร์คจะแบ่งออกเป็น 2 ส่วน แยกกัน คือ

ü      โลว์แลนด์ (Lowland)

ü      เฮดแลนด์ (Headland)

ü      ทั้งสองส่วนนี้แยกจากกันโดยเด็ดขาด ไปถึงกันได้ด้วยเคเบิ้ลคาร์หรือไม่ก็รถบัสเท่านั้น

ü      ถ้าจะขึ้นรถบัสก็ต้องเดินออกประตูมาก่อน อย่าลืมแสตมป์มือด้วย เพราะต้องกลับเข้าไปในโอเชียนปาร์คใหม่

ü      เล่นและเข้าชมได้ทุกอย่าง ไม่มีเสียค่าใช้จ่ายใดๆ เพิ่มเติมอีก

ü      ควรจัดตารางการเดินให้ดี เพราะแต่ละที่ไกลกันพอสมควร

ü      การแสดงที่นี่เริ่มตรงเวลามาก

ü      รถบัสสาย 629 ที่เรานั่งมา จะจอดที่ส่วน เฮดแลนด์ บนเขา ; แต่เวลากลับ สามารถขึ้นรถได้ทั้งจาก เฮดแลนด์ และ โลว์แลนด์ ; รถออกทุก 15 นาที

ü      เปิด 10:00-18:00 น.

 

สิ่งที่น่าสนใจในโลว์แลนด์

ü      ทางเข้าหลัก Main Entrance อยู่ส่วนนี้ (แต่รถบัสที่เรานั่งมาจะจอดที่เฮดแลนด์)

ü      เคเบิ้ลคาร์ เปิดจนถึง 17:00

ü      Whiskers’ Wild Rideโรงหนังสี่มิติ น่าเล่นมาก ผจญภัยไปกับตัวการ์ตูนและธรรมชาติ

ü      Hong Kong Jockey Club Giant Panda Habitat - ชมหมีแพนด้ายักษ์จากจีน (บรรยายเวลา 12:30, 14:00, 15:30)

ü      SkyFair ขึ้นบอลลูนยักษ์ชมวิว

ü      Whiskers Theatreชมการแสดงของสิงโตทะเล (Sea Lion Fun Time Show) น่าสนใจ ห้ามพลาด

o       14:00, 16:15

o       ส่วนโชว์ที่ชื่อ Whiskers & Friends ไม่ต้องดู เป็นโชว์สำหรับเด็ก

ü      Dolphin University บ่อเลี้ยงและฝึกปลาโลมา จะได้เห็นแบบใกล้ชิด จำเวลาเปิดไม่ได้

ü      Amazing Birds Threatreการแสดงของนกนานาชนิด มีนกฮูกและเหยี่ยวด้วย

o       13:30, 15:30, 17:00

 

สิ่งที่น่าสนใจในเฮดแลนด์

ü      รถบัสที่เรานั่งมาจะจอดที่โซนนี้

ü      Sea Jelly Spectacularแมงกะพรุนนานาชนิด

ü      Shark Aquariumปลาฉลามสายพันธุ์ต่างๆ

ü      Atoll Reefเหมือน Underwater World มีปลากว่า 2,000 ตัว (ให้อาหารตอน 15:30 ; บรรยายเวลา 13:30, 14:30, 16:00)

ü      Ocean Theatreการแสดงปลาโลมาและสิงโตทะเล ห้ามพลาด

o       15:30, 17:00

ü      Pacific Pierดูแมวน้ำ (seal) และสิงโตทะเล (sea lion) อย่างใกล้ชิด แมวน้ำไม่มีหู สิงโตทะเลมีหู (ให้อาหารตอน 14:30 ; บรรยายเวลา 13:00, 15:00, 16:30)

ü      Ocean Park Tower ขึ้นไปชมวิวบนหอคอยหมุนได้

ü      เครื่องเล่นน่าหวาดเสียว ที่เหลือก็จะเป็นเครื่องเล่นที่น่าหวาดเสียว เช่น The Dragon, The Abyss, Mine Train

 

แนะนำเส้นทางเดินดังนี้:

ลงรถบัสที่เฮดแลนด์ à ขึ้นบันไดเลื่อนสู่ยอดเขา à (แวะเล่น Mine Train) à Pacific Pier à Ocean Park Tower à Atoll Reef à Shark Aquarium à Sea Jelly Spectacular à ข้าวเที่ยง à (แวะเล่น The Dragon, The Abyss) à เคเบิ้ลคาร์ลงสู่โลว์แลนด์ à Sea Lion Fun Time Show @ 14:00 à Whisker’s Wild Ride à Panda Habitat à Amazing Bird Shows @ 15:30 à SkyFair à เคเบิ้ลคาร์ขึ้นสู่เฮดแลนด์ à Ocean Theatre @ 17:00 à ลงบันไดเลื่อนยาวๆ à ขึ้นรถบัสที่เฮดแลนด์เพื่อกลับสู่ตัวเมือง

 

17:30

เดินทางออกจาก Ocean Park นั่งรถบัส 629 กลับสู่ตัวเมืองฮ่องกง ลงที่ปลายทางสถานี MTR - Admiralty

18:15

เดินทางสู่ท่าเรือเซ็นทรัลเพียร์ (Central Pier) เพื่อขึ้นรถเมล์เปิดประทุนสายเดียวของฮ่องกงขึ้นสู่รถรางพีคแทรม (Peak Tram)

 

จาก Admiralty ให้นั่ง MTR (สายสีแดง มุ่งสู่ Central) ไปลงสุดสายที่เซ็นทรัล (Central) แล้วเดินไปตามทางที่เขียนว่าสถานี Hong Kong โดยให้ไปออกที่ Hong Kong – Exit A2

ü      สถานีนี้เป็นสถานีใหญ่ เดินเชื่อมติดกันได้ระหว่างสถานี Central กับสถานี Hong Kong

 

โผล่ออกมาให้มองหาอ่าวเอาไว้ เดินไปทางอ่าว จะเห็นหอนาฬิกาที่อยู่ติดกับสถานีท่าเรือ Central Pier ซึ่งตรงนี้จะมีลานกว้างเป็นลานรถเมล์ ให้เดินไปหาป้ายรถเมล์สาย 15c เปิดประทุน (อยู่ตรงกับบริเวณ Pier 6)

 

มาถึงแล้วให้เข้าแถวยืนรอไว้ก่อนเลย เพราะมีคนรอต่อคิวขึ้นไปพีคแทรมค่อนข้างมาก

 

รถเมล์สาย 15c  เป็นรถเมล์เปิดประทุนสายเดียวของฮ่องกง ที่พาขึ้นสู่สถานีสำหรับขึ้นรถรางพีคแทรม ระหว่างทางจะผ่านตึกต่างๆ มากมายในฮ่องกง

19:00

เดินทางถึงทางเข้าพีคแทรม รถรางขึ้นเขา (Peak Tram) เพื่อขึ้นสู่ยอดเขาวิคตอเรียพีค ( Victoria Peak ) จากนั้นก็แวะถ่ายรูปที่พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง (แต่ไม่ต้องเข้าไป)

 

แถวอาจจะต้องต่อกันยาวนิดนึง ระหว่างนี้จะมีคนชักชวนให้ซื้อบัตรพิเศษเพื่อลัดขึ้นพีคแทรมได้เลย ไม่ต้องซื้อก็ได้ เพราะอันนั้นเป็นบัตรที่รวมการเข้าชมพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งไว้ด้วย

 

รถรางพีคแทรมขึ้นเขารถรางที่วิ่งเฉียงขึ้นด้านบน 45 องศา ทำให้เห็นทุกอย่างดูเฉียงๆ ตาม ระยะทาง 373 เมตร ใช้เวลา 8 นาที ; ราคาตั๋วคนละ $20 สำหรับเที่ยวเดียว (จ่ายด้วย Octopus ได้เลย มีช่องจ่ายแยกพิเศษ ไม่ต้องเสียเวลาซื้อบัตรอีก แต่ต้องต่อแถวเหมือนกัน)

19:20

ลงจากพีคแทรม ณ ห้างเดอะพีคทาวเวอร์ (The Peak Tower )

 

มาถึงห้างนี้แล้วจะเดินเล่นก่อนก็ได้ มีร้านขายของ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้ง (ค่าเข้าชม $120 – แพงไปหน่อย) หรือจะขึ้นบันไดเลื่อนไปเรื่อยๆ จนถึงชั้นบนสุด สามารถขึ้นไปชมวิวได้ ลมจะเย็นมาก มุมนี้สามารถชม Symphony of Lights ได้ด้วย แต่ต้องรอแสดงถึง 20:00 น.

 

The Peak Tower ที่จอดรถพีคแทรม เดินขึ้นชั้นบนสุดเพื่อชมวิวเขาวิคตอเรียพีค

20:00

ออกเดินทางกลับสู่ตัวเมือง ด้วยรถเมล์สาย 15

 

ให้เดินลงจากห้างเดอะพีคทาวเวอร์ ออกมาที่ห้างข้างๆ ชื่อว่า เดอะพีคแกลลอเรีย (The Peak Galleria) เดินเข้าไปในห้าง แล้วลงลิฟท์ไปชั้นใต้ดิน เพื่อขึ้นรถเมล์สาย 15 ซึ่งจะพาเราไปส่งที่เอ็กซ์เชนจ์สแควร์ ( Exchange Square ) ซึ่งเป็นท่ารถเมล์หลักของที่ฮ่องกง

 

ระหว่างทางอาจผ่านป้าย MTR ก็ลงกลางทางก็ได้ โดยปลายทางต่อไปคือย่าน Causeway Bay

20:30

ขึ้น MTR จาก Central (สายสีน้ำเงิน ปลายทางที่ Chai Wan) เพื่อเดินทางไปลงที่คอสเวย์เบย์ ( Causeway Bay ) ระยะทาง 3 สถานี โดยให้เดินออกที่ Exit D1 หรือ D2 ก็ได้

 

Causeway Bay ย่านแหล่งช็อปปิ้งหรูในเมือง มีของกิน ร้านข้าว ห้างสรรพสินค้าชื่อดังหลายแห่ง ห้างดังๆ ก็เช่น Sogo, Time Square, World Trade Center ฯลฯ

22:00

ถ้ายังไม่เหนื่อย สามารถไปเดินเล่นที่เทมเพิลสตรีต ( Temple Street ) ได้ เป็นย่านช็อปปิ้งกลางคืนอีกแห่ง มีอาหารจีน อาหารทะเล ราคาไม่แพงให้กินด้วย

 

วิธีเดินทางให้ขึ้น MTR จาก Causeway Bay (สายสีน้ำเงิน มุ่งสู่ Sheung Wan) โดยให้ลงที่สถานี Admiralty ระยะทาง 2 สถานี จากนั้นเปลี่ยนรถไฟไปใช้อีกเส้น (สายสีแดง มุ่งสู่ Tsuen Wan) แล้วลงที่สถานีจอร์แดน ( Jordan ) ระยะทาง 2 สถานี แล้วเดินออกทางประตู A

 

โผล่ออกมาจะเจอถนน Jordan ใกล้กับถนนนาธาน ให้เดินเลาะถนนจอร์แดนไปเรื่อยๆ นิดเดียวจะเจอตลาดกลางคืน มีร้านขายข้าว ฯลฯ

 

เดินเล่นแถวเทมเพิลมาร์เก็ต ให้เดินหันหน้าไปทิศทางเดียวกับรถวิ่งบนถนนนาธาน เดินไปเรื่อยๆ จะเหมือนกับสุดทาง แต่ให้เลาะต่อไปอีกนิด จะเจอตลาดขายของกลางคืนต่ออีกช่วงหนึ่ง

 

ถ้าหลงก็หาทางโผล่ออกมาถนนนาธาน แล้วเดินไล่ตามทิศทางรถวิ่ง เดี๋ยวจะเจอ ถนนวอเตอร์ลู ด้านขวามือ ซึ่งก็จะถึงโรงแรม YMCA International ได้สบายๆ

 

ระยะทางไม่ไกลมาก พอเดินเล่นได้ ระหว่างเทมเพิ้ลมาร์เก็ตจนถึงโรงแรม

 

Temple Market ตลาดกลางคืน มีของที่ระลึก เสื้อผ้า ของเก่า หยก อาหารทะเล ขายจนดึกถึงเที่ยงคืน

23:00

กลับถึงโรงแรม และพักผ่อน


~~~ BLITblog.com @ BuSinESs @ LiFeSTyLe @ iT — THRU MY EYES ~~~

 

 

 

วันที่สาม

07:00

ตื่นนอน เก็บของ และเช็กเอาต์ออกจากโรงแรม YMCA Internatioanl House

ขอป้ายเบอร์เวลาฝากของด้วย (ถ้ามี)

08:00

ออกเดินทางสู่ Tung Chung เพื่อเตรียมขึ้นเขาไหว้พระใหญ่โปลิน

 

ขึ้น MTR จาก Yau Ma Tei หน้าโรงแรม (สายสีแดง สุดทางที่ Tsuen Wan) ให้ไปลงที่สถานีไลคิง (Lai King) ระยะทาง 7 สถานี เพื่อเปลี่ยนรถไฟ (สายสีส้ม สุดทางที่ Tung Chung) โดยให้ลงสุดทางที่ Tung Chung ได้เลย ระยะทางอีก 3 สถานี (ใช้เวลาเดินทางรวมแล้วประมาณ 40 นาที) แล้วเดินออกทาง Exit B

09:00

ถึง Tung Chung ให้เดินออกทาง Exit B – Ngong Ping 360 คือ ป้ายจะเขียนว่าเป็นทางเดียวกับเคเบิ้ลคาร์นองปิง 360

ü      เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ระหว่างทดสอบเคเบิ้ลคาร์ตอนกลางคืน หนึ่งในเคเบิ้ลคาร์ตกลงมา ทำให้นองปิงโดนปิดยาว ฉะนั้นเราจึงต้องขึ้นรถบัสไปที่วัดพระใหญ่โปลินแทน

 

เดินไปตามทางเรื่อยๆ จะเห็นทางขึ้นเคเบิ้ลคาร์ชัดเจน แต่เราไม่ขึ้น ด้านล่างจะมีรถบัสสาย 23 (ค่ารถ $16 – ใช้บัตรปลาหมึกจ่ายได้เลย อาจมีคนมาชวนให้ซื้อตั๋วแบบไปกลับ ซึ่งจะประหยัดกว่า $2 อันนี้ก็แล้วแต่) ให้ขึ้นรถบัสคันนี้เพื่อไปยังวัดพระใหญ่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

 

หมายเหตุ: ระหว่างเดินทางด้วยรถบัสสาย 23 ต้องผ่านถึงการขึ้นเขา ข้ามสะพาน ข้ามเขื่อน ทางคับแคบ อาจเวียนหัวได้

10:15

ถึงยอดเขานองปิง (Ngong Ping) เดินเที่ยวชม ถ่ายรูป และขึ้นบันได 268 ขั้นไหว้พระใหญ่โปลิน + ไหว้พระอีกวัดที่อยู่ตรงข้ามกัน

บนนองปิง จะมีร้านค้าต่างๆ มากมาย และก็พวกพิพิธภัณฑ์ต่างๆ ไม่ต้องเข้าก็ได้

 

ระหว่างทางขึ้นพระใหญ่ ตรงบันไดขั้นแรก จะมีคนขายตั๋วพยายามขายบัตร ไม่ต้องซื้อ อันนั้นเป็นบัตรกินเจ กินโต๊ะจีน เราขึ้นไปแค่ชมพระใหญ่อย่างเดียว ไม่ต้องเสียค่าบัตร

 

เดินกลับลงมาจะเห็นวัดอีกแห่งหนึ่งที่มีคนเข้าไปไหว้เยอะเหมือนกัน ธูปใหญ่มาก สวยงามพอสมควร ลองเข้าไปไหว้ดูได้

 

พระใหญ่โปลิน บันไดทั้งหมด 268 ขั้น มีที่ให้หยุดพักเป็นระยะๆ องค์พระทำจากทองสัมฤทธิ์ หนัก 250 ตัน สูง 34 เมตร ใช้เวลาสร้าง 10 ปี ด้านในบรรจุพระบรมสารีริกธาตุจากศรีลังกา รอบๆ มีรูปปั้นนางฟ้า 6 องค์ และเทพเจ้าต่างๆ มากมาย

11:30

เดินทางกลับลงจากเขาสู่ Tung Chung ด้วยรถบัสสาย 23 เช่นเดิม

12:30

ลงมาถึงจะเจอกับห้างซิตี้เกต (CityGate Outlet) ให้แวะช็อปปิ้งและทานอาหารกลางวันที่ห้างนี้ได้เลย

 

CityGate Outletเป็นห้างโละสต็อกสินค้าแบรนด์เนมชื่อดัง ราคาลดเกิน 50% ทุกร้าน ราคาถูกกว่าเมืองไทยมากๆ น่าเดินซื้อเสื้อผ้า ตัวละร้อยสองร้อยก็มี ของมียี่ห้อทั้งนั้น เช่น ลีไวส์ ไนกี้ อะดิดาส เคสวิส ซิตี้เชน (นาฬิกา) จิออดาโน เอสปรี

14:00

เดินทางกลับเข้าสู่เมืองด้วยรถไฟฟ้า MTR เพื่อไปย่านช็อปปิ้งอีกแห่งที่น่าเดินมากๆ คือ Sham Shui Po ซึ่งเป็นทางผ่านก่อนไปไหว้พระที่วัดหวังต้าเซียน

 

ขึ้นรถไฟฟ้า MTR (สายสีส้ม มุ่งสู่ Hong Kong ) โดยให้ลงที่สถานี Lai King ระยะทาง 3 สถานี เพื่อเปลี่ยนไปขึ้น MTR อีกสายหนึ่ง (สายสีแดง มุ่งสู่ Central) โดยให้ลงที่สถานีแชมชุยโป (Sham Shui Po) ระยะทาง 4 สถานี ให้เดินออกทาง Exit C1

 

Sham Shui Poที่นี่มีขายทุกอย่าง พวกถ่านชาร์จราคาถูกมาก เดินดูหลายๆ ร้าน ต่อราคาได้ สินค้าคอมพิวเตอร์ก็ราคาถูก ติดป้ายราคาชัดเจน แวะดูได้ที่ห้างแถวนั้น เช่น Golden Computer, Dragon Center นอกจากนี้ตรงถนน Cheung Sha Wan ยังเป็นแหล่งขายเสื้อผ้าจากโรงงานราคาถูกด้วย

15:30

ออกจากแชมชุยโป ขึ้น MTR (สายสีแดง มุ่งสู่ Central) แล้วให้ลงที่สถานีปริ้นส์เอ็ดวาร์ด ระยะทาง 1 สถานี (Prince Edward) เพื่อเปลี่ยนไปนั่ง MTR อีกขบวน (สายสีเขียว มุ่งสู่ Tui Keng Leng) โดยให้ลงที่สถานีวองไทซิน (Wong Tai Sin) ระยะทาง 4 สถานี

 

เดินออกจากสถานี Wong Tai Sin – Exit B2 หรือ B3 ก็ได้ ก็จะเจอกับวัดหวังต้าเซียน (Wong Tai Sin) ทันที

 

วัดหวังต้าเซียน ผสมผสาน 3 ศาสนา พุทธ เต๋า ขงจื๊อ เข้าด้วยกัน เต็มไปด้วยคนจีนเข้ามาไหว้สักการะตลอดเวลา ; เจอสระบัวสามารถเดินวนขวา 3 รอบ แล้วโยนเหรียญ เพื่อขอพรได้ด้วย

16:30

ออกจากวัดหวังต้าเซียน ขึ้น MTR (สายสีเขียว มุ่งสู่ Yau Ma Tei) ลงสุดทางที่ Yau Ma Tei ระยะทาง 6 สถานี จากนั้นเปลี่ยนไปขึ้น MTR (สายสีแดง มุ่งสู่ Central) ลงสุดทางที่ Central แล้ว ออกทาง Exit A เพื่อเข้าสู่ท่ารถเมล์ Exchange Square เพื่อเตรียมเดินทางไปไหว้เจ้าแม่กวนอิม

 

17:00

ที่ท่ารถเมล์ Exchange Square ให้ขึ้นรถเมล์สาย 6, 6A, 6X สายไหนก็ได้ที่มี เพื่อไปลงที่ Repulse Bay เพื่อสักการะเจ้าแม่กวนอิม (Statues of Kwun Yum) ใช้เวลาเดินทางประมาณ 30-45 นาที บอกคนขับก็ได้ หรือสังเกตตึกที่มี รู ตรงกลางตึกก็ได้ จะมีป้ายเขียนเอาไว้ชัดเจนว่า Repulse Bay

 

เมื่อลงจากรถเมล์ ให้เดินลงบันไดลาดลงชายหาด เลี้ยวซ้ายแล้วเดินเลาะริมหาดไปประมาณ 200-300 เมตร ก็จะถึงวัดเจ้าแม่กวนอิม

 

เจ้าแม่กวนอิมเป็นที่ที่ทัวร์ไทยทุกแห่งต้องมา ว่ากันว่าศักดิ์สิทธิ์มาก ด้านหน้ารูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมจะมีวงกลมอยู่ ให้ยืนในวงกลมแล้วอธิษฐาน ; เดินข้ามสะพาน 1 รอบจะอายุยืนเพิ่มขึ้น 3 ปี แต่ห้ามเดินสวนทาง ; โยนเหรียญเข้าปากปลาเพื่อขอพร

18:30

เดินย้อนกลับทางเดิมตามชายหาด แล้วนั่งรถเมล์สาย 6, 6A, 6X กลับมาที่ Exchange Square

19:30

ถึง Exchange Square ให้ขึ้น MTR ที่ Central (สายสีแดง สุดทาง Tsuen Wan) โดยไปลงที่ Yau Ma Tei เพื่อกลับโรงแรมเอากระเป๋า

20:00

ออกจากโรงแรมเพื่อไปท่าเรือเฟอร์รีที่ Sheung Wan โดย:

ü      นั่งแท็กซี่ บอกว่าไป TurboJet Ferry ที่ Shun Tak Centre แถบ Sheung Wan ฝั่งเกาะฮ่องกง

ü      ลากกระเป๋า นั่ง MTR (สายสีแดง สุดทางที่ Central) โดยลงที่ Central เลย แล้วเปลี่ยน MTR (สายสีน้ำเงิน สุดทางที่ Sheung Wan) เพื่อลงที่ปลายทาง Sheung Wan แล้วเดินออกทาง Exit B ก็จะถึงอาคาร Shun Tak Centre ที่สำหรับขึ้น TurboJet กลับมาเก๊า

ü      นั่งแท็กซี่น่าจะเหนื่อยน้อยกว่า แต่แพงกว่า ; นั่ง MTR ต้องลากกระเป๋า แต่เร็วกว่า และถูกกว่า

21:00

ถึงท่าเรือเฟอร์รี เตรียมออกเดินทางสู่มาเก๊า

บัตรขากลับเป็นรอบกลางคืน (นับตั้งแต่ 17:00 เป็นต้นไป ราคา $172 – จ่ายด้วยบัตรเครดิตได้)

22:30

เดินทางถึงมาเก๊า เข้าพักที่โรงแรม Metropark Hotel นั่งแท็กซี่ 5 นาทีถึง

 

 

 

 

~~~ BLITblog.com @ BuSinESs @ LiFeSTyLe @ iT — THRU MY EYES ~~~

 

 

วันที่สี่

07:30

ตื่นนอน เก็บของ และเช็กเอาต์ ฝากของไว้ที่โรงแรม

ขอป้ายเบอร์เวลาฝากของด้วย

08:30

รับประทานอาหารเช้าแถวโรงแรม

ออกเดินทางสู่วัดอาม่า ( A-Ma Temple )

ให้เดินมาขึ้นรถเมล์สาย 10 ได้ที่แถวโรงแรม Holiday Inn, Grandeur, Emperor .. รถจะวิ่งผ่านถนน Almeida Ribeiro (ดูชื่อถนนได้ในแผนที่) แล้วไปวัดอาม่าที่ปลายทาง

 

ควรเตรียมเหรียญเอาไว้ด้วย ค่ารถเมล์คิดตายตัวที่ $2.5

 

วัดอาม่า ศาลเจ้าแม่ทับทิม สร้างขึ้นสมัยราชวงศ์หมิง เพื่อสักการะแก่อาม่าหรือเทพธิดาแห่งท้องทะเล ; สิงโตหินสองตัวหน้าวัด ถ้าหมุนลูกแก้วไปทางขวา 3 ครั้งจะได้สมปรารถนา ; เงินทำบุญใส่ถังน้ำได้เลย

09:45

ออกเดินทางสู่คาสิโนแซนด์ (Sands Casino) ให้ขึ้นรถเมล์สาย 1A หรือ 28B เพื่อเดินทางไปแถวถนน Largo de Monte Carlo

 

แซนด์คาสิโน เป็นคาสิโนที่ใหญ่และสวยงาม ตัวตึกสีเหลืองทองอร่าม หนึ่งในสาขาซึ่งมีต้นตำรับที่ลาสเวกัส ด้านในตกแต่งหรูหรา แบ่งออกเป็นหลายชั้น เข้าฟรี ไม่เสียค่าใช้จ่าย ไม่ต้องเล่นก็ได้

 

ทางเข้ามีให้ฝากสัมภาระ ลองถามดูว่า กล้องต้องฝากรึเปล่า แต่ฝากไว้ก็ได้ ไม่มีหาย

 

เดินเข้าประตูไปขึ้นได้ทุกชั้น ด้านในมีร้านอาหารฟาสต์ฟูดด้วย

ถ้าจะเล่น ให้โยนเงินแบงก์ลงบนโต๊ะได้เลย ถ้าจำไม่ผิด ขั้นต่ำคือ $200 แล้วเค้าจะใช้ชิปมา

 

วิธีแทงก็แค่วางชิปลงบนโต๊ะตามลักษณะของเกม ถ้าแพ้ ชิปจะโดนรวบเก็บ แต่ถ้าชนะ เค้าก็จะคืนชิปเรามา พร้อมกับจ่ายเป็นชิปเพิ่มมาให้ ฉะนั้นเวลาวางชิป ดูด้วยว่าเราวางที่ตำแหน่งไหน ที่สำคัญ เวลาวางชิป ห้ามวางหลังจากที่เจ้าหน้าที่พูดว่า “No more bet” คือ ไม่รับแทงแล้ว เพราะเค้ากำลังจะเริ่มเล่นเกม

 

เกมที่เล่นง่ายๆ ก็เช่น

-         Baccarat: เล่นแทงฝั่ง Banker หรือ Player แทงหนึ่งได้หนึ่ง

-         Tai Sai (ลูกเต๋าไฮโล):

o       แทงตัวเลข 1, 2, 3, 4, 5, 6 แทงหนึ่งได้หนึ่ง

o       แทง Odd (คี่) หรือ Even (คู่) แทงหนึ่งได้หนึ่ง

o       แทง Low (ต่ำ) หรือ High (สูง) แทงหนึ่งได้หนึ่ง

ที่เหลืออย่าไปเล่นเลย มันมีกติกาจุกจิก เดินดูได้ แต่ห้ามถ่ายรูปเด็ดขาด

 

11:00

ออกจาก Sands Casino เดินทางสู่ห้างนิวเยาฮัน (New Yaohan) ด้วยรถเมล์คันเดิม ป้ายเดียวกับที่ลงรถ สาย 1A หรือ 28B ก็ได้ แล้วหาทานอาหารกลางวันที่นี่ได้เลย

 

ห้างนิวเยาฮันห้างสรรพสินค้าเหมือนบ้านเรา มีของราคาถูกขาย เดินเล่นตากแอร์ได้ ฝากซื้อบุหรี่/ซิการ์มวนเล็กแปลกๆ ด้วย เช่น พวกที่มีสีๆ มีกลิ่นแปลกๆ งบ 1,000 บาท ราคาซื้อซองละไม่เกิน 70 บาท

13:00

เดินออกจากนิวเยาฮัน (New Yaohan) แล้วเลาะไปตามถนน ข้ามสะพานลอย มองฝั่งตรงข้ามไว้จะเห็น ฟิชเชอร์แมนวาร์ฟ (Fisherman’s Wharf) แต่ไกล ก็เดินไปทางนั้นเรื่อยๆ

 

ฟิชเชอร์แมนวาร์ฟ เดินชมตึกรูปทรงต่างๆ สไตล์โรมัน สเปน อัมสเตอร์ดัม เคปทาวน์ ลิสบอน นิวออร์ลีนส์ สนามกีฬาแบบโรมัน ฯลฯ มีร้านขายของตลอดทาง เดินเล่นได้ฟรี

แต่ถ้าจะเข้าภูเขาไฟ (Vulcania) เสียค่าเข้าคนละ $20 ในนี้สามารถขึ้นไปชมวิวเห็นทะเล และมีเครื่องเล่นสองสามอย่าง พร้อมถ่ายภาพหมู่บ้านอะลาดิน

15:00

เดินข้ามมายังถนน Avenida de Amizade เพื่อถ่ายรูปกับ ดอกบัวทองคำที่ Golden Lotus Square (Lotus Flower in Full Bloom)

 

ดอกบัวทองคำ สัญลักษณ์แห่งการส่งมาเก๊ากลับคืนสู่ประเทศจีน หนัก 6.5 ตัน สูง 6 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 3.6 เมตร มีชิ้นส่วน 16 ชิ้นหลัก ส่วนตัวฐานทำจากแกรนิต 23 ชิ้น ตัวดอกบัวทำจากทองสัมฤทธิ์

15:30

นั่งแท็กซี่ไปที่เจ้าแม่กวนอิมกลางน้ำ (Statue of Kun Iam)

ค่ารถแท็กซี่ที่นี่ไม่แพงมาก

 

รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมกลางน้ำ มีความสูง 20 เมตร ทำจากทองสัมฤทธิ์ ฐานเป็นรูปดอกบัว เป็นของกำนัลที่มาเก๊าได้จากโปรตุเกส เปิดให้เข้าชมด้านในได้ตั้งแต่ 10:00-18:00

16:15

นั่งแท็กซี่ไปที่ย่านเซนาโดสแควร์ ( Senado Square )

 

เซนาโด สแควร์ จุดศูนย์กลางของมาเก๊า สถานที่จัดงานสำคัญ มีตึกเก่าตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 ; คนชอบมาถ่ายรูปลวดลายคลื่นบนพื้น ; เป็นแหล่งช็อปปิ้ง และร้านอาหาร

 

17:30

เดินทางสู่สถานที่สุดท้าย ซากโบสถ์เซนต์ปอล (Ruins of St. Paul ) โดยเดินจากเซนาโดสแควร์ ไปทางโบสถ์เซนต์ดอมินิค (St. Dominic) แล้วเดินเลยขึ้นไปอีกซักพักนึง ก็จะถึงซากโบสถ์เซนต์ปอล

 

ซากโบสถ์เซนต์ปอล ซากเก่าตั้งแต่ 400 ปีก่อน ตัวซากเป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรมของยุโรป จีน และญี่ปุ่น ตอนนี้เป็นมรดกโลกไปแล้ว

18:30

เดินทางกลับสู่โรงแรมด้วยแท็กซี่

รับกระเป๋าที่โรงแรม แล้วนั่งแท็กซี่สู่สนามบินมาเก๊า

19:30

ถึงสนามบินมาเก๊า เตรียมเอกสารบัตรขาออก (Departure) ให้พร้อม เช็กอินกระเป๋า

 

อย่าลืมเรื่องของเหลว ห้ามถือติดตัวขึ้นเครื่องบินโดยเด็ดขาด ที่นี่จะเช็กกันตั้งแต่ทางเข้า ต้องโหลดใส่กระเป๋าอย่างเดียวเท่านั้น

 

ระหว่างนี้ถ้ามีเวลาเหลือ หาอะไรกินก่อนก็ได้ เพราะในสนามบินมาเก๊า มีของกินน้อยมาก และแพงมาก ดูให้ไปถึงสนามบินก่อน 20:15 ก็ยังทัน จากโรงแรมไปสนามบินกินเวลาไม่เกินครึ่งชั่วโมง

21:35

เดินทางออกจากมาเก๊า สู่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิเวลา 23:15

 

 


~~~ BLITblog.com @ BuSinESs @ LiFeSTyLe @ iT — THRU MY EYES ~~~

 

 

ฮ่องกง

บาท

 

ฮ่องกง

บาท

 

 

 

 

1

5

 

10

50

 

สายการบินขาไป (Flight to Macau )

 

 

2

10

 

20

100

 

3

15

 

30

150

 

สายการบินขากลับ

(Flight to Bangkok)

 

 

4

20

 

40

200

 

5

25

 

50

250

 

โรงแรมที่ฮ่องกง

(Hotel at Hong Kong)

 

6

30

 

60

300

 

7

35

 

70

350

 

8

40

 

80

400

 

9

45

 

90

450

 

โรงแรมที่มาเก๊า

(Hotel at Macau )

 

10

50

 

100

500

 

11

55

 

150

750

 

12

60

 

200

1000

 

13

65

 

250

1250

 

 

14

70

 

300

1500

 

15

75

 

350

1750

 

16

80

 

400

2000

 

17

85

 

450

2250

 

18

90

 

500

2500

 

19

95

 

550

2750

 

20

100

 

600

3000

 

 

ฮ่องกง

บาท

 

ฮ่องกง

บาท

 

 

 

 

1

5

 

10

50

 

สายการบินขาไป (Flight to Macau )

 

 

2

10

 

20

100

 

3

15

 

30

150

 

สายการบินขากลับ

(Flight to Bangkok)

 

 

4

20

 

40

200

 

5

25

 

50

250

 

โรงแรมที่ฮ่องกง

(Hotel at Hong Kong)

 

6

30

 

60

300

 

7

35

 

70

350

 

8

40

 

80

400

 

9

45

 

90

450

 

โรงแรมที่มาเก๊า

(Hotel at Macau )

 

10

50

 

100

500

 

11

55

 

150

750

 

12

60

 

200

1000

 

13

65

 

250

1250

 

 

14

70

 

300

1500

 

15

75

 

350

1750

 

16

80

 

400

2000

 

17

85

 

450

2250

 

18

90

 

500

2500

 

19

95

 

550

2750

 

20

100

 

600

3000

 

 

~~~ BLITblog.com @ BuSinESs @ LiFeSTyLe @ iT — THRU MY EYES ~~~

วันแรก

  • แอร์เอเชีย FD3602
  • ท่าเรือเฟอรีเทอร์โบเจ็ต
  • โรงแรม YMCA International
  • Avenue of Star (ถนนดารา)
  • Symphony of Lights (ชมแสงสีเสียงจากตึกฮ่องกง)
  • ย่านช็อปปิ้ง
    • Sai Yeung Dhoi St South (เครื่องใช้ไฟฟ้า แฟชัน)
    • Tung Choi St (ขายเสื้อผ้าแฟชัน ของก๊อป)
    • Fa Yuen St (ขายรองเท้าและเครื่องกีฬา)

วันที่สอง

  • Ocean Park
    • Whiskers’ Wild Ride (โรงหนังสี่มิติ)
    • Hong Kong Jockey Club Giant Panda Habitat (แพนด้า)
    • SkyFair (ขึ้นบอลลูน)
    • Sea Lion Fun Time Show (แสดงสิงโตทะเล)
    • Dolphin University (ดูโลมา)
    • Amazing Birds Threatre (แสดงนก)
    • Sea Jelly Spectacular (ดูแมงกะพรุน)
    • Shark Aquarium (ดูฉลาม)
    • Atoll Reef (ดูสัตว์ใต้น้ำ)
    • Ocean Theatre (แสดงโลมา & สิงโตทะเล)
    • Pacific Pier (ดูสิงโตทะเล)
    • Ocean Park Tower (หอคอยหมุนได้)
    • เครื่องเล่นน่าหวาดเสียว
  • รถเมล์สาย 15c เปิดประทุน
  • รถรางขึ้นเขา (Peak Tram)
  • The Peak Tower (จุดชมวิวบนยอดเขา)
  • Causeway Bay (ย่านช็อปปิ้ง + ห้างดัง)
  • Temple Market (ตลาดกลางคืน)

วันที่สาม

  • พระใหญ่โปลิน
  • CityGate Outlet (ห้างโล๊ะสต็อก)
  • Sham Shui Po (ย่านขายสินค้า เสื้อผ้าราคาโรงงาน)
  • วัดหวังต้าเซียน (Wong Tai Sin)
  • วัดเจ้าแม่กวนอิม
  • ท่าเรือเฟอร์รีกลับมาเก๊า
  • เข้าพักที่โรงแรม Metropark Hotel

วันที่สี่

  • วัดอาม่า
  • คาสิโนแซนด์ (Sands Casino)
  • ห้างนิวเยาฮัน (New Yaohan)
  • ฟิชเชอร์แมนวาร์ฟ (Fisherman’s Wharf - เดินชมตึกสวยๆ)
  • ดอกบัวทองคำ
  • รูปปั้นเจ้าแม่กวนอิมกลางน้ำ
  • เซนาโดสแควร์ ( Senado Square ย่านถ่ายรูปที่ระลึก ช็อปปิ้ง)
  • ซากโบสถ์เซนต์ปอล
  • กลับด้วยสายการบินแอร์เอเชีย

 
~~~ BLITblog.com @ BuSinESs @ LiFeSTyLe @ iT — THRU MY EYES ~~~