Nov 23
โปรโมชันล่อใจ .. ชักชวนให้คนไทยเป็นหนี้

โปรโมชันล่อใจ .. ชักชวนให้คนไทยเป็นหนี้

วินัยทางการเงินเป็นเรื่องสำคัญครับ ในโลกธุรกิจ ถ้ามีใครผู้ใดผู้หนึ่งขาดวินัยทางการเงินขึ้นมา ย่อมสร้างผลกระทบต่อเนื่องไปยังบุคคลหรือธุรกิจอื่นๆ ได้อย่างไม่มีสิ้นสุด .. จะเรียกว่าเป็น Butterfly Effect ก็คงได้

และเรื่องดังกล่าวก็ถือเป็นต้นตอของสารพัดปัญหาโลกการเงินที่ทำให้เศรษฐกิจทั่วโลกถดถอยในปัจจุบัน อันมีสาเหตุมาจากความเห็นแก่ตัวและความไร้วินัยทางการเงินของบุคคลเพียงบางกลุ่ม

ผมเชื่อว่าส่วนใหญ่ปัญหานี้เกิดขึ้นจากจิตใจที่ขาดการประมาณตนให้พอดี ความอยากได้มาซึ่งสิ่งต่างๆ ไม่สมดุลย์กับความสามารถในการเสาะแสวงหาเพื่อตอบสนองกิเลศตัณหา พูดง่ายๆ ก็คือ อยากได้อะไรที่มากเกินกว่าที่ตนเองควรจะได้รับ และนั่นก็ทำให้เกิดปัญหาหนี้สินพะรุงพะรังตามมาจนไม่สามารถชำระหนี้ได้อย่างที่ควรเป็น

อีกสาเหตุหนึ่งก็คือ การกระตุ้นให้เกิดการจับจ่ายจากบรรดาธุรกิจต่างๆ ซึ่งก็ไม่ผิดอะไร หากแต่ว่าบางครั้งอาจลืมไปว่า บางมาตรการนั้นกลับเป็นการปลูกฝังนิสัยที่ไม่เหมาะสมให้แก่ผู้บริโภคโดยไม่รู้ตัว

เช่นเดียวกับกลยุทธ์การตลาดในช่วงสองเดือนที่ผ่านมาของบัตรเครดิต HSBC ..

โปรโมชันพิเศษ 2 โปรโมชันที่ผมได้รับข้อเสนอทางโทรศัพท์จากฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์ก็คือ

  • ไม่ต้องชำระเงินเต็มจำนวนตามยอดบัตร แต่ให้ชำระขั้นต่ำ 10% แล้วจะได้รับเงินเครดิตคืนเข้าบัญชีบัตรเครดิต
    นั่นหมายถึงว่า ชักชวนให้เราติดหนี้เอาไว้ในบัญชีบัตรเครดิตนั่นเอง แน่นอนว่าช่วงโปรโมชัน เงินคืน > ดอกเบี้ย .. แต่ถ้าใครเผลอเอานิสัยนี้ไปใช้ในเดือนต่อไป ก็ต้องจ่ายดอกเบี้ยมหาโหดตามปกติ
  • กดเงินสดล่วงหน้าจากบัญชีบัตรเครดิต 30,000 บาท จะได้รับเงินคืนประมาณ 1,200 บาท ขณะที่เสียค่าธรรมเนียมประมาณ 9xx บาท
    มองเผินๆ ถ้าเรากดเงินวันนี้ คืนเงินวันพรุ่งนี้ เราจะได้กำไรทันที .. แต่ผมก็เชื่อเช่นกันว่า นิสัยการกดเงินสดล่วงหน้าเช่นนี้อาจถูกปลูกฝังอย่างไม่รู้ตัวไปกับหลายๆ คนที่ได้เริ่มลองใช้บริการดังกล่าว

ตัวเลขต่างๆ ผมอาจจำได้ไม่แม่นนะครับ เพราะเป็นการโทรบอกปากเปล่า .. ซึ่งบอกเป็นนัยได้ว่า มันอาจเป็นโปรโมชันที่พิเศษจนไม่สามารถ (หรือไม่เหมาะสม) ที่จะตีพิมพ์เป็นเอกสารจัดส่งให้แก่สมาชิกบัตรเหมือนปกติ

และโปรโมชันที่สามที่ได้รับมาในรูปเอกสารก็คือ การสะสมยอดรวมที่ต้องชำระ (รวมยอดเงินได้ทุกประเภท) เพื่อรับเครดิตเงินคืน ซึ่งกติกานั้นล่อใจมาก คือ

  • ต้องมียอดเงินที่ต้องชำระในเดือนธันวาคมไม่ต่ำกว่า 40,000 บาท เพื่อรับเงินคืน 300 บาท หรือ
  • ต้องมียอดเงินที่ต้องชำระในเดือนธันวาคมไม่ต่ำกว่า 45,000 บาท เพื่อรับเงินคืน 600 บาท หรือ
  • ต้องมียอดเงินที่ต้องชำระในเดือนธันวาคมไม่ต่ำกว่า 53,000 บาท เพื่อรับเงินคืน 1,500 บาท
  • โดยมีเงื่อนไขสำคัญอยู่ที่ ยอดเงินที่ต้องชำระในเดือน “มกราคม 2552″ ต้องมากกว่าหรือเท่ากับในเดือนธันวาคม 2551

สรุปง่ายๆ คือ จะมีคนสองประเภทที่จะได้รับเงินคืนสูงสุด 1,500 บาท:

  • สำหรับผู้ถือบัตรที่มีวินัย จ่ายเงินเต็มจำนวนตามรอบบิล ก็ต้องเป็นคนที่ใช้เงินเดือนธันวาคม 2551 อย่างต่ำ 53,000 บาท และใช้มากกว่า 53,000 บาทในเดือนมกราคม 2552
  • หรือไม่ก็ต้องเป็นคนที่ใช้เงินในเดือนธันวาคม 2551 อย่างต่ำ 53,000 บาท แล้วชำระขั้นต่ำ 10% ขึ้นไป เพื่อเหลือยอดคงค้างชำระเอาไว้ จากนั้นก็ใช้บัตรเพิ่มเติม เพื่อให้มียอดคงค้างเกิน 53,000 บาทในเดือนมกราคม 2552

เป็นการตลาดที่น่ากลัว .. ชักชวนให้คนเป็นหนี้
แม้จะไม่ผิดกฎหมาย .. แม้จะมองในแง่ดีได้ในบางด้าน เช่น เป็นการคืนกำไรให้คนที่ใช้จ่ายเงินจำนวนมากในแต่ละเดือน หรือเป็นการลดค่าธรรมเนียมให้คนที่มียอดค้างชำระไปในตัว

แต่จากข้อความโฆษณาเชิญชวน และพฤติกรรมที่ผ่านมาตลอดช่วงสองเดือนที่ผมได้รับจาก HSBC ทำให้ไม่สามารถคิดเป็นอื่นไปได้ นอกเหนือจากว่า “เป็นความพยายามปลูกฝังนิสัยอันก่อให้เกิดหนี้ และจะเป็นต้นตอของปัญหาความไร้ระเบียบวินัยทางการเงิน” ต่อไปในอนาคต

ขอเถอะครับ มนุษย์เราแต่ละคนควบคุมตัวเองได้ไม่เท่ากัน อย่าเอากลยุทธ์การตลาดที่ร่ำเรียนกันมา มาเล่นกันแบบไม่สง่างามอย่างนี้เลย!!

VN:F [1.9.14_1148]
Rating: 1.0/10 (1 vote cast)
VN:F [1.9.14_1148]
Rating: 0 (from 0 votes)
การตลาดเพื่อความ "ไร้วินัย" ทางการเงินของ HSBC, 1.0 out of 10 based on 1 rating

เขียนโดย BLITblog.com \\ คำสำคัญ: , , , , , , ,

  1. เอ posted the following on November 23, 2008 at 2:39 pm.

    มัวแต่คำนึงถึงการหาเงินอย่างเดียว โดยไม่สนใจคุณธรรมเลยเฮ้อ แย่จัง

    VA:F [1.9.14_1148]
    Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
    VA:F [1.9.14_1148]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  2. แมวขี้เมา posted the following on November 23, 2008 at 2:45 pm.

    ธ.แสตนดาร์ดก็มีการติดต่อมาหลายครั้งในช่วงเดือนสองเดือนที่ผ่านมา โดยหวังว่าจะให้ลูกค้าเบิกเงินสดล่วงหน้าไปใช้ แล้วผ่อนไปอีกสิบเดือน (ดอกเบี้ย 0.463%ต่อปี)
    ถามว่าน่าสนใจมั๊ย ตอบได้เลยว่า เฉยๆ สำหรับคนที่ไม่มีความเดือดร้อนเรื่องเงิน ประมาณว่า ไม่มีภาระหนี้ หรือบุคคลที่มีวินัยทางการเงิน มีการวางแผนเรื่องค่าใช้จ่าย เปรียบเทียบกับเงินออมที่มีอยู่ไว้อย่างสมดุล

    แต่สำหรับบุคคลที่ชักหน้าไม่ถึงหลัง หรือมีความจำเป็นต้องการอยากได้ (จำเป็นหรือปล่าว ไม่รู้) จะถูกชักนำไปอย่างแน่นอน เฉกเช่นเดียวกับผม ซึ่งที่ผ่านมา อยากได้โน๊ตบุ๊ก 12นิ่วไว้เล่นซักตัวหนึ่ง (ถามกับตัวเองหลายรอบว่า จำเป็นมั๊ย จำเป็นมั๊ย) แต่ที่ผ่านอยู่กันสองคน มีคอมพิวเตอร์ (รวมโน๊ตบุ๊ก) อยู่ทั้งหมด 4 ตัว) เพียงเพราะว่าน้ำลายหกจากราคาที่ถูกลงมาก กอปรกับประสิทธิภาพที่สูงขึ้นของตัวเครื่อง
    เกือบตกหลุมพราง และจะขอกู้เงินจากแบงค์ดังกล่าวครับ

    แต่สุดท้ายแล้ว ก็ตั้งใจจะกู้แบงค์เอามาปล่อยแชร์ครับ เพราะดอกเบี้ยแชร์สูงมาก ในขณะเดียวกัน ผมคงต้องรับความเสี่ยงดังกล่าวด้วยเช่นกัน

    ผมชอบมากครับที่บอกว่า “อยากได้อะไรที่มากเกินกว่าที่ตนเองควรจะได้รับ”
    จริงครับ สังคมไทยสมัยนี้ ไม่สิ..อเมริกานี่หละตัวดีเลย เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนครับ

    ขอบคุณครับ สำหรับ blog ของคุณครับ ตาสว่างอีกแย๊ว

    VA:F [1.9.14_1148]
    Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
    VA:F [1.9.14_1148]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  3. mint posted the following on July 20, 2009 at 7:08 pm.

    ต้องมีวินัยและฉลาดในการใช้เงินจะไม่เป็นหนี้

    VA:F [1.9.14_1148]
    Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
    VA:F [1.9.14_1148]
    Rating: 0 (from 0 votes)

Leave a reply


Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes