May 03

Blu-ray

เสร็จศึกแล้วก็นับศพทหารกันไปแล้วเรียบร้อยตั้งแต่ต้นปีแล้วครับสำหรับสมรภูมิระหว่างดีวีดีฟอร์แมตใหม่อย่าง Blu-ray กับ HD-DVD ที่เป็นอันแน่ชัดแล้วว่า ผู้ชนะคือ Blu-ray จากค่ายโซนี่ โดยทางโตชิบานั้นได้ยอมถอยออกจากสงครามครั้งนี้หลังจากที่โดนค่ายฮอลลิวูดยักษ์ใหญ่อย่าง Warner หักหลังเข้าอย่างตั้งตัวไม่ทัน

แต่สถานการณ์ล่าสุดวันนี้ใช่ว่า Blu-ray จะเดินหน้าลุยตลาดได้อย่างเต็มที่และได้รับเสียงตอบรับจากผู้บริโภคอย่างดีครับ โดยรายงานจากค่า ABI Research ระบุว่า กว่า Blu-ray จะเข้าถึงผู้บริโภคตามบ้านได้จริงๆ ก็คงต้องใช้เวลาอีกกว่า 12-18 เดือนเป็นอย่างต่ำ ส่วนในประเทศไทยคงจะยาวกว่านั้นครับ

ปัญหาหลายอย่างของ Blu-ray ยังคงคาราคาซังมาถึงทุกวันนี้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาของตัวเครื่องเล่นแผ่น Blu-ray ที่สนนกันโดยเฉลี่ยก็หมื่นกว่าบาทขึ้นไป แถมเครื่องเล่นส่วนใหญ่ที่วางขายทุกวันนี้ กลับไม่รองรับฟังก์ชันใหม่บนดิสก์ Blu-ray อย่าง BD-Live หรือที่เรียกว่า Blu-ray Disc Profile 2.0 คุณสมบัติซึ่งทำให้ผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดข้อมูลเพิ่มเติมได้จากอินเทอร์เน็ต ทั้งที่ค่ายหนังฮอลลิวูดได้เริ่มทยอยเปิดตัวภาพยนตร์ในฟอร์แมต BD-Live กันมาระยะหนึ่งแล้ว

นี่ยังไม่รวมถึงสภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำที่เป็นอีกหนึ่งในปัญหาหลักซึ่งทำให้ยอดขายของเครื่องเล่น Blu-ray ไม่กระเตื้อง ฉะนั้นจึงไม่แปลกที่เครื่องเล่น Blu-ray ส่วนใหญ่ทุกวันนี้จะยังคงอยู่ในรูปของเครื่องเล่น PlayStation 3 ที่โซนี่ใจดีแถมฟังก์ชันการเล่นแผ่น Blu-ray ติดพ่วงมาให้ด้วย โดยในปีนี้คาดว่าเครื่องเล่น Play Station 3 จะมีส่วนแบ่งทางการตลาดในตลาด Blu-ray อยู่ประมาณ 85 เปอร์เซ็นต์

แต่นี่ยังไม่ใช่ปัญหาหลักของ Blu-ray ครับ .. จริงอยู่ที่ Blu-ray นั้นมีจุดแข็งและคุณสมบัติซึ่งได้รับการยอมรับทั่วทั้งวงการภาพยนตร์และไอที .. และก็จริงที่ว่า HD-DVD ได้ตายหายไปจากตลาดเรียบร้อยแล้ว .. ทว่าคู่แข่งสำคัญของ Blu-ray ยังคงอยู่ครับ

นั่นก็คือ แผ่นดีวีดีธรรมดาที่เราใช้กันอยู่ทุกวันนี้นั่นเอง

สถานการณ์ในตลาดภาพยนตร์ขณะนี้ .. 5 เปอร์เซ็นต์เป็นของ Blu-ray ส่วนอีก 95 เปอร์เซ็นต์เป็นของดีวีดีครับ

ยิ่งมาดูที่ราคาแผ่นของ Blu-ray แล้วยิ่งน่าตกใจ เพราะภาพยนตร์ส่วนใหญ่นั้นขายกันอยู่แผ่นละพันกว่าบาท ซึ่งราคาที่ว่านี้เราสามารถซื้อ “เครื่องเล่นดีวีดี” ราคาประหยัดได้หนึ่งเครื่อง แล้วคิดดูครับว่าคนส่วนใหญ่จะเลือกทางไหน

สำหรับผมที่ไม่ได้เป็นคอหนังตัวจริง คุณภาพระดับวีซีดีก็ยังดูได้อย่างไม่มีปัญหา และคุณภาพระดับดีวีดีตอนนี้ก็ดีถมเถิดสำหรับผมแล้ว แต่ถ้าจะให้ต้องจ่ายเงินอีกหมื่นกว่าบาทซื้อเครื่อง จ่ายเงินอีกพันกว่าบาทสำหรับราคาแผ่น คงต้องขอบาย .. เก็บเงินซื้อโน้ตบุ๊กราคาประหยัดขนาดพกพาสะดวกที่ราคาใกล้เคียงกันน่าจะคุ้มกว่า

อันนี้นานาจิตัง .. ใครมีเงินเหลือ จะซื้อ Blu-ray มาเล่น ก็ยินดีด้วยครับ และจะยินดีมากขึ้น ถ้าแบ่งปันให้ผมได้สัมผัสบ้าง ;-)

อ้างอิง: Ben Patterson Blog ;  Channel Web

VN:F [1.9.14_1148]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.14_1148]
Rating: 0 (from 0 votes)

เขียนโดย BLITblog.com \\ คำสำคัญ: , , ,

  1. คนรวย posted the following on May 18, 2009 at 8:56 am.

    แผ่นละพันกว่าบทเองหรอค่ะ ที่บ้านซื้อเป็นกุรุดแล้วค่ะ ดูเรื่อยๆ ไม่เห็นแพงตรงไหนเลย

    เครื่องเล่น ก็เหลือแค่หมื่นนิดๆ แทบจะเป็นเศษเงินแบบเหรียญสลึงและค่ะ iPhone ยังสูงกว่า
    แถมทำไรไม่ได้เลย (แต่ดิฉันก็ใช้)

    ….เพราะดิฉันฉันสวย และรวยมาก(มากๆ)….

    VA:F [1.9.14_1148]
    Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
    VA:F [1.9.14_1148]
    Rating: 0 (from 0 votes)
  2. BLITblog.com posted the following on May 22, 2009 at 3:16 pm.

    K. คนรวย:
    ครับ .. ถ้าเป็นคนรวย ก็คงไม่กระทบเท่าไร ของผมคนไม่รวย ซื้อแผ่นละร้อยสองร้อยก็เลยต้องคิดนิดนึงครับ ก็ยินดีด้วยที่คุณรวยนะครับ :-)

    VN:F [1.9.14_1148]
    Rating: 0.0/5 (0 votes cast)
    VN:F [1.9.14_1148]
    Rating: 0 (from 0 votes)

Leave a reply


Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes