Feb 24

ก่อนหน้านี้เวลาได้ฟังเรื่องการล่าปลาฉลาม
ยังพอนึกออกว่า ล่ากันไปเพื่ออะไร

แต่เวลาได้ฟังเรื่องการล่าปลาวาฬ ที่มีกองเรือคาราวานของญี่ปุ่น
เป็นหัวหอกคอยออกไล่ล่าสิ่งมีชีวิตที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างปลาวาฬ
มันนึกไม่ออกครับว่าเป็นเพราะอะไร

จนกระทั่งได้มาอ่านคอลัมภ์ “จากญี่ปุ่น” ของ นกุล ว่องฐิติวงศ์
ในมติชนสุดสัปดาห์ .. พร้อมด้วยคำพังเพยเก่าแก่ของญี่ปุ่นที่ว่า

“ไม่มีส่วนใดที่สูญเปล่า นอกจากเสียง” .. อันหมายถึงปลาวาฬนั่นเองครับ

การล่าและกินเนื้อปลาวาฬว่ากันว่ามีมาตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 8
ซึ่งกล่าวถึงการเสวยเนื้อปลาวาฬของจักรพรรดิจิมนุ
โดยทุกส่วนของปลาวาฬจะถูกนำไปใช้ประโยชน์เกือบทั้งหมด
ตั้งแต่เนื้อที่ใช้เป็นอาหาร ไขมันกระดูกและหนังก็ถูกนำไปเป็นวัตถุดิบ
สำหรับอุตสาหกรรมและหัตถกรรม ส่วนเศษเนื้อและน้ำเลือดก็นำไปเป็นปุ๋ย
เรียกว่า ใช้อย่างคุ้มค่าต่อการล่า .. คุ้มค่ากว่าการล่าปลาฉลามด้วยซ้ำ

การล่าปลาวาฬของญี่ปุ่นเริ่มจากการใช้กองเรือขนาดเล็กนับสิบลำ
และมีฉมวกมือเป็นอาวุธ จนกระทั่งพัฒนามาเป็นการใช้เรือกลไฟขนาดใหญ่
และปืนยิงฉมวก ซึ่งเป็นการรับรูปแบบการล่าปลาวาฬมาจากนอร์เวย์และฟินแลนด์

หลังสงครามโลกครั้งที่สอง ญี่ปุ่นขาดแคลนอาหารอย่างหนัก
เด็กๆ ในประเทศนี้ก็ได้เนื้อปลาวาฬนี่เองครับที่ทำให้รอดชีวิตมาได้
การบริโภคปลาวาฬจึงเป็นประเพณีไปเสียแล้ว โดยในยุคหนึ่ง
ถึงกับกำหนดไว้ว่า ทุกวันที่ 9 ของเดือน ถือเป็น “วันกินเนื้อปลาวาฬ”

แน่นอนว่าเรื่องนี้มีการต่อต้านจากประเทศพัฒนาแล้วหลายประเทศในเวลาต่อมา
และได้เริ่มออกมติให้ล่าปลาวาฬได้เฉพาะบางสายพันธุ์ในปริมาณจำกัด
จนทำให้เนื้อปลาวาฬมีราคาแพงขึ้นมากทันตา

หัวหอกในการต่อต้านญี่ปุ่นในเรื่องการล่าปลาวาฬก็คือ
ออสเตรเลีย ที่มีธุรกิจท่องเที่ยวเพื่อดูปลาวาฬ
และมีการส่งเรือสอดแนมรวมไปถึงเครื่องบินตามประกอบ
กองเรือล่าปลาวาฬของญี่ปุ่น พร้อมถ่ายภาพติดตามตลอดเวลา

จากการสำรวจในญี่ปุ่นเองพบว่า ชายวัย 40 ปีขึ้นไปกว่า 56 เปอร์เซ็นต์
ยังคงสนับสนุนให้มีการกินเนื้อปลาวาฬต่อไป แต่แรงกดดันจากนานาชาติ
ก็ทำให้บริษัทประมงขนาดใหญ่สองในห้าแห่งของญี่ปุ่นต้องถอนตัว
ออกจากธุรกิจค้าเนื้อปลาวาฬตั้งแต่สองปีที่แล้ว

ที่สำคัญคนชำแหละปลาวาฬได้มีจำนวนลดลงทุกขณะ
และคนรุ่นใหม่ชาวญี่ปุ่นก็ไม่ค่อยให้ความสำคัญกับการทานเนื้อปลาวาฬซักเท่าไร

ก็นับว่าเป็นข่าวดีครับ .. เพราะปลาวาฬตัวใหญ่
หนึ่งในสัตว์ที่ผมชื่นชอบมากๆ คงจะได้อยู่เป็นสุขกันเสียทีในอนาคต

พร้อมกับการจากไปของประเพณีกินเนื้อปลาวาฬของชาวญี่ปุ่น

อ้างอิง: มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับวันที่ 22-28 กุมภาพันธ์ 2551

VN:F [1.9.14_1148]
Rating: 0.0/10 (0 votes cast)
VN:F [1.9.14_1148]
Rating: 0 (from 0 votes)

เขียนโดย BLITblog.com \\ คำสำคัญ: , , ,

  • No Related Post


Leave a reply


Get Adobe Flash playerPlugin by wpburn.com wordpress themes